| Home |
Ryan Loder ผู้ชนะจากรายการ The Ultimate Fighter Season 32 ก้าวเข้าสู่ UFC ด้วยความมุ่งมั่น แต่เขาเปิดเผยว่าไฟต์แรกเขา “ไม่พร้อม” และพบกับความพ่ายแพ้อย่างหนักต่อ Azamat Bekoev เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025
หลังจากนั้น Loder เล่าว่าเขาได้ทบทวนตัวเอง เปลี่ยนแปลงหลายจุด ทั้งด้านแท็กติก สภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “กระบวนการวิวัฒนาการ” (evolving) เพื่อให้พร้อมสำหรับไฟต์ใหญ่ในอนาคต เขาระบุว่า “ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นคนเดิม” และพร้อมที่จะโชว์ความเปลี่ยนแปลงในสังเวียน
Loder กำลังเตรียมตัวขึ้นสังเวียนในการ์ด UFC Fight Night ที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งจะเจอกับ Ismail Naurdiev ในตำแหน่ง middleweight
เขาเผยว่าการฝึกซ้อมไม่ได้มุ่งแค่ให้แข็งแรงเท่านั้น แต่คือการพัฒนา “เกมยืน” (stand-up) และการรับแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นจุดอ่อนที่เขาต้องปรับปรุงเพื่อกระโดดเข้าสู่ระบบ UFC ระดับบน ความพร้อมของเขาในไฟต์นี้จึงถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดว่าสิ่งที่เขา “วิวัฒนาการ” มานั้นใช้ได้จริงหรือไม่
คำว่า “always evolving” ที่ Loder เลือกใช้ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่มันสื่อถึงการไม่ยึดติดกับสถานะเดิม ซึ่งในวงการ MMA ถือเป็นทรัพย์สินทางอาชีพ หากนักสู้สามารถแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการจริง ก็จะถูกมองว่า “มีศักยภาพเติบโต” และสปอนเซอร์พร้อมสนับสนุนมากขึ้น
ในตลาดนักสู้ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีภาพลักษณ์ว่า “พร้อมพัฒนา” จึงช่วยให้ Loder ได้รับโอกาสไฟต์ที่ใหญ่ขึ้น ได้เงินรางวัลมากขึ้น และมีโอกาสเป็นดาวรุ่งของรุ่น middleweight โดยเฉพาะเมื่อนักสู้ชื่อดังในรุ่นเริ่มอายุเยอะขึ้น
แฟน UFC ควรจับตามองว่า Loder จะสามารถถ่ายทอดพัฒนาการที่เขาพูดถึงออกมาในไฟต์กับ Ismail Naurdiev ได้หรือไม่ เช่น การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วขึ้น การยืนต่อสู้ที่ดีขึ้น และการรับแรงกดดันได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ หากไฟต์นี้เขาชนะอย่างชัดเจน มันจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้เขาขึ้นอันดับขึ้น สู่ไฟต์ใหญ่ และอาจถึงแมตช์ชิงแชมป์ในอนาคต แต่หากเขาแพ้อีก ก็อาจกลายเป็นภาพเดิมของไฟต์ยากที่ไม่ใช้โอกาส ดังนั้นผู้ติดตามควรดูทั้ง “ผลการแข่งขัน” และ “พัฒนาการเชิงแท็กติก” เพื่อประเมินว่า Loder ได้เปลี่ยนจริงหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม สาวสวยเซ็กซี่